Search Art or Artists

Permanent Collection

Home / Permanent Collection

EXPLORE ART

งานสะสมชิ้นแรกของคุณบุญชัย เบญจรงคกุล ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย MOCA BANGKOK เป็นผลงานอาจารย์อนันต์ ปาณินท์ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 ภาพหญิงสาวกึ่งเปลือยคล้ายภาพของวีนัส จิตรกรรมสุดคลาสสิคซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากภาพเขียนของตะวันตก ซึ่งในยุคนั้นคือยุคเฟื่องฟูของศิลปะไทยที่ก่อเกิดผลงานทั้งทางด้านจิตรกรรมและประติมากรรมอย่างหลากหลาย

ศิลปินถ่ายทอดศิลปะวัฒนธรรมไทยที่กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแยกไม่ออก สะท้อนความเป็นไทยให้ผู้คนทั่วโลกได้รับรู้ถึงรากเหง้าแห่งวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนานนับพันปี ภาพเขียนที่จัดแสดงอย่างถาวรส่วนใหญ่จึงเป็นงานที่ทำให้โลกตะวันได้รู้จักความเป็นไทยได้ภายในวันเดียวผ่านงานศิลปะของศิลปินนับร้อยชีวิตทั้งงานของศิลปินแห่งชาติยุคบุกเบิกจวบจนถึงศิลปินแห่งชาติรุ่นปัจจุบัน และจิตรกรรมที่ครบถ้วนทุกลัทธิศิลปะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความโดดเด่นของงานจิตรกรรมไทยประเพณีร่วมสมัย ทั้งงานเซอร์เรียลลิสต์ของบรมครูตลอดจนงานของศิลปินเซอร์ร่วมสมัยในปัจจุบันนี้

ชั้น G ประกอบด้วยห้องจัดแสดงนิทรรศการ 4 ห้อง จัดเป็นห้องสำหรับนิทรรศการหมุนเวียน 2 ห้อง และอีก 2 ห้อง เป็นนิทรรศการเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นเยี่ยมสาขาประติมากรรม ห้องแรกจัดแสดงผลงานของศาสตราจารย์เกียรติคุณชลูด นิ่มเสมอ ศิลปินแห่งชาติสาขาประติมากรรม ห้องนี้จัดแสดงผลงานประติมากรรมชิ้นเอกของท่านและจิตรกรรมซึ่งแสดงอัตลักษณ์ของศิลปะไทยร่วมสมัยอันมีรากฐานจากอารยธรรมกว่า 1,000 ปี ส่วนห้องที่ 2 จัดแสดงผลงานประติมากรรมของไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ศิลปินแห่งชาติสาขาประติมากรรม ผลงานของท่านได้เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของงานประติมากรรมไทย ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ จากแนวอุดมคติสู่รูปแบบสากล โดยมีศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นเบ้าหลอมสำคัญ และอาจารย์เขียน ยิ้มศิริ

ศิลปินชั้นเยี่ยมสาขาประติมากรรม ศิลปินที่สร้างสรรค์งานในแนวนามธรรม ได้รับแรงบันดาลใจทางด้านรูปแบบจากพระพุทธรูปปางลีลาสมัยสุโขทัย ผลงานของอาจารย์เขียน ยิ้มศิริ เป็นประติมากรรมที่ผสมผสานเอาเส้นสายของงานศิลปะไทยเข้ากับรูปทรงแบบสากลได้อย่างลงตัวและงดงาม

ชั้น G ประกอบด้วยห้องจัดแสดงนิทรรศการ 4 ห้อง จัดเป็นห้องสำหรับนิทรรศการหมุนเวียน 2 ห้อง และอีก 2 ห้อง เป็นนิทรรศการเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นเยี่ยมสาขาประติมากรรม ห้องแรกจัดแสดงผลงานของศาสตราจารย์เกียรติคุณชลูด นิ่มเสมอ ศิลปินแห่งชาติสาขาประติมากรรม ห้องนี้จัดแสดงผลงานประติมากรรมชิ้นเอกของท่านและจิตรกรรมซึ่งแสดงอัตลักษณ์ของศิลปะไทยร่วมสมัยอันมีรากฐานจากอารยธรรมกว่า 1,000 ปี ส่วนห้องที่ 2 จัดแสดงผลงานประติมากรรมของไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ศิลปินแห่งชาติสาขาประติมากรรม ผลงานของท่านได้เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของงานประติมากรรมไทย ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ จากแนวอุดมคติสู่รูปแบบสากล โดยมีศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นเบ้าหลอมสำคัญ และอาจารย์เขียน ยิ้มศิริ

ศิลปินชั้นเยี่ยมสาขาประติมากรรม ศิลปินที่สร้างสรรค์งานในแนวนามธรรม ได้รับแรงบันดาลใจทางด้านรูปแบบจากพระพุทธรูปปางลีลาสมัยสุโขทัย ผลงานของอาจารย์เขียน ยิ้มศิริ เป็นประติมากรรมที่ผสมผสานเอาเส้นสายของงานศิลปะไทยเข้ากับรูปทรงแบบสากลได้อย่างลงตัวและงดงาม

 

 

จัดแสดงความหลากหลายในปัจเจกภาพทางความคิด ผลงานศิลปะล้วนสะท้อนวิถีชีวิตของยุคสมัย ทัศนะ ความคิด อุดมคติ และความเป็นไปของเหตุการณ์ในสังคม อาทิ ผลงานสื่อผสมของกมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรมและสื่อผสม) กมลเป็นศิลปินที่ค้นหาพัฒนาในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างอิสระและต่อเนื่อง เขาสนใจในการทำงานลักษณะสื่อผสม ในส่วนของห้องนิทรรศการผลงานส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับความเชื่อของคนไทย ค่านิยมทางสังคม เช่น ผลงานของ ศรีวรรณ เจนหัตถการกิจ, ปรีชา ปั้นกล่ำ, วุฒิกร คงคา, ทวี รัชนีกร, วีรศักดิ์ สัสดี, ลำพู กันเสนาะ, เด่นพงษ์ วงศาโรจน์ ฯลฯ รวมถึงงานจิตรกรรมเชิงพุทธปรัชญา โดยศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พิชัย นิรันดร์, ปรีชา เถาทอง, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, ปัญญา วิจินธนสาร และศิลปินที่มีชื่อเสียงอีกหลายท่าน เช่น สุรสิทธิ์ เสาว์คง, ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ เป็นต้น

จัดแสดงความหลากหลายในปัจเจกภาพทางความคิด ผลงานศิลปะล้วนสะท้อนวิถีชีวิตของยุคสมัย ทัศนะ ความคิด อุดมคติ และความเป็นไปของเหตุการณ์ในสังคม อาทิ ผลงานสื่อผสมของกมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรมและสื่อผสม) กมลเป็นศิลปินที่ค้นหาพัฒนาในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างอิสระและต่อเนื่อง เขาสนใจในการทำงานลักษณะสื่อผสม ในส่วนของห้องนิทรรศการผลงานส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับความเชื่อของคนไทย ค่านิยมทางสังคม เช่น ผลงานของ ศรีวรรณ เจนหัตถการกิจ, ปรีชา ปั้นกล่ำ, วุฒิกร คงคา, ทวี รัชนีกร, วีรศักดิ์ สัสดี, ลำพู กันเสนาะ, เด่นพงษ์ วงศาโรจน์ ฯลฯ รวมถึงงานจิตรกรรมเชิงพุทธปรัชญา โดยศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พิชัย นิรันดร์, ปรีชา เถาทอง, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, ปัญญา วิจินธนสาร และศิลปินที่มีชื่อเสียงอีกหลายท่าน เช่น สุรสิทธิ์ เสาว์คง, ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ เป็นต้น

 

 

ชั้น 3 เน้นศิลปะเชิงความคิดฝันและจินตนาการภายใต้คติความเชื่อของคนไทยโดย สมภพ บุตราช, ช่วง มูลพินิจ ผ่านภาพเรือนร่างของผู้หญิงในอุดมคติ ภาพ “ตำนานวังหน้า” เป็นภาพการแต่งกาย เพื่อเตรียมร่ายรำด้วยชุดที่วิจิตรตระการตาของหญิงสาว โดย เริงศักดิ์ บุณยวาณิชย์กุล และภาพ “นางผมหอม” นางในวรรณคดีจากศิลปินไทยคนสำคัญ สุภร พรินทรากุล  ส่วนเรื่องการแสดงออกด้านสัญชาตญาณนั้นถูกถ่ายทอดออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด โดย สมพง อดุลยสารพัน และประทีป คชบัว นอกจากนี้ยังมีเรือนไทยไม้สัก “เรือนนางพิม” ซึ่งจัดแสดงงานจิตรกรรมสองยุคสมัย ที่เล่าเรื่องราวของนางพิมพิลาไลย สตรีจากวรรณกรรมไทยที่ถูกกล่าวขานใน 2 บริบท ผ่านเรื่อง “ขุนช้าง-ขุนแผน” ใน 2 รูปแบบที่แตกต่างกันโดยเหม เวชกร และสุขี สมเงิน

ชั้น 3 เน้นศิลปะเชิงความคิดฝันและจินตนาการภายใต้คติความเชื่อของคนไทยโดย สมภพ บุตราช, ช่วง มูลพินิจ ผ่านภาพเรือนร่างของผู้หญิงในอุดมคติ ภาพ “ตำนานวังหน้า” เป็นภาพการแต่งกาย เพื่อเตรียมร่ายรำด้วยชุดที่วิจิตรตระการตาของหญิงสาว โดย เริงศักดิ์ บุณยวาณิชย์กุล และภาพ “นางผมหอม” นางในวรรณคดีจากศิลปินไทยคนสำคัญ สุภร พรินทรากุล  ส่วนเรื่องการแสดงออกด้านสัญชาตญาณนั้นถูกถ่ายทอดออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด โดย สมพง อดุลยสารพัน และประทีป คชบัว นอกจากนี้ยังมีเรือนไทยไม้สัก “เรือนนางพิม” ซึ่งจัดแสดงงานจิตรกรรมสองยุคสมัย ที่เล่าเรื่องราวของนางพิมพิลาไลย สตรีจากวรรณกรรมไทยที่ถูกกล่าวขานใน 2 บริบท ผ่านเรื่อง “ขุนช้าง-ขุนแผน” ใน 2 รูปแบบที่แตกต่างกันโดยเหม เวชกร และสุขี สมเงิน

 

 

ชั้น 4 จัดแสดงผลงานที่ถือเป็นสุดยอดแห่งมหากาพย์ของจิตรกรรมไทยร่วมสมัย ประกอบด้วยผลงานทุกประเภทของถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปราชญ์ผู้เป็นตำนานแห่งวงการศิลปะไทยร่วมสมัย ทั้งสุดยอดแห่งผลงานวาดเส้นและผลงานที่แสดงออกถึงพลังการเคลื่อนไหวของอารมณ์ด้วยฝีแปรง นอกจากนี้ยังรวบรวมผลงานของศิลปินชั้นเยี่ยม ซึ่งหาชมได้ยากยิ่ง อาทิ ทวี นันทขว้าง, เฟื้อ หริพิทักษ์, จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ประกิต บัวบุศย์, อังคาร กัลยาณพงษ์ อีกฟากของอาคารเมื่อเดินทะลุสะพานข้ามจักรวาล ท่านจะได้พบกับผลงานจิตรกรรมขนาดความสูง 7 เมตร จำนวน 3 ภาพในชุด “ไตรภูมิ” บอกเล่าการเวียนว่ายตายเกิด ของสรรพสัตว์ในสังสารวัฏตามคติความเชื่อในทางพุทธศาสนา โดย สมภพ บุตราช, ปัญญา วิจินธนสาร และประทีป คชบัว

ชั้น 4 จัดแสดงผลงานที่ถือเป็นสุดยอดแห่งมหากาพย์ของจิตรกรรมไทยร่วมสมัย ประกอบด้วยผลงานทุกประเภทของถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปราชญ์ผู้เป็นตำนานแห่งวงการศิลปะไทยร่วมสมัย ทั้งสุดยอดแห่งผลงานวาดเส้นและผลงานที่แสดงออกถึงพลังการเคลื่อนไหวของอารมณ์ด้วยฝีแปรง นอกจากนี้ยังรวบรวมผลงานของศิลปินชั้นเยี่ยม ซึ่งหาชมได้ยากยิ่ง อาทิ ทวี นันทขว้าง, เฟื้อ หริพิทักษ์, จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ประกิต บัวบุศย์, อังคาร กัลยาณพงษ์ อีกฟากของอาคารเมื่อเดินทะลุสะพานข้ามจักรวาล ท่านจะได้พบกับผลงานจิตรกรรมขนาดความสูง 7 เมตร จำนวน 3 ภาพในชุด “ไตรภูมิ” บอกเล่าการเวียนว่ายตายเกิด ของสรรพสัตว์ในสังสารวัฏตามคติความเชื่อในทางพุทธศาสนา โดย สมภพ บุตราช, ปัญญา วิจินธนสาร และประทีป คชบัว

 

 

ชั้น 5 ได้รวบรวมงานศิลปะร่วมสมัยจากหลายประเทศ เช่น จีน, เวียดนาม, มาเลเซีย, อิตาลี, ญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา, รัสเซีย, ออสเตรเลีย, นอร์เวย์ และห้องที่โดดเด่นที่สุดคือห้อง Richard Green ซึ่งจำลองห้องนิทรรศการจากพิพิธภัณฑ์ในแถบยุโรปที่มีหลังคากระจกโค้งรับแสงธรรมชาติ โดยจัดแสดงผลงานจิตรกรรมจากศิลปินยุโรปฝีมืออันดับต้นๆ ในยุคพระนางเจ้าวิคตอเรียซึ่งตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 รวมถึงผลงานของ Sir Lawrence Alma Tadema และ John William Godward ผลงานทุกชิ้นถูกดูแลรักษาอย่างดี ผลงานบางชิ้นมีอายุเกือบ 300 ปี

ชั้น 5 ได้รวบรวมงานศิลปะร่วมสมัยจากหลายประเทศ เช่น จีน, เวียดนาม, มาเลเซีย, อิตาลี, ญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา, รัสเซีย, ออสเตรเลีย, นอร์เวย์ และห้องที่โดดเด่นที่สุดคือห้อง Richard Green ซึ่งจำลองห้องนิทรรศการจากพิพิธภัณฑ์ในแถบยุโรปที่มีหลังคากระจกโค้งรับแสงธรรมชาติ โดยจัดแสดงผลงานจิตรกรรมจากศิลปินยุโรปฝีมืออันดับต้นๆ ในยุคพระนางเจ้าวิคตอเรียซึ่งตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 รวมถึงผลงานของ Sir Lawrence Alma Tadema และ John William Godward ผลงานทุกชิ้นถูกดูแลรักษาอย่างดี ผลงานบางชิ้นมีอายุเกือบ 300 ปี