Search Art or Artists

สูจิบัตรนิทรรศการ “ศรัทธา” (18 ศิลปิน)

฿590.00

ผู้แต่ง : ชโลธร อัญชลีสหกร
บรรณาธิการ : ธวัชชัย สมคง
ขนาด 30 x 21.7 ซม.
น้ำหนัก 0.69 กก. / 124 หน้า
ภาษาอังกฤษและไทย 

การขนส่ง จัดส่งสินค้าโดยบริษัทขนส่งเอกชน ยกเว้นสินค้า Limited Edition เฉพาะในกรุงเทพฯ จัดส่งโดยพนักงานส่งของของพิพิธภัณฑ์ ต่างจัดหวัดจัดส่งโดยบริษัทขนส่งเอกชนในอัตราพิเศษ

มีสินค้าอยู่ 20

รายละเอียด

นิทรรศการ “ศรัทธา – Faith Beyond Earth” นำศรัทธาความเชื่อออกมานำเสนอในงานศิลปะผ่านศิลปิน18 ท่าน โดยได้รับเกียรติจาก 2 ศิลปินแห่งชาติ  ศาสตรเมธี ดร. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และอาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร พร้อมศิลปินชื่อดังและศิลปินดาวรุ่ง  อาทิ ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ, เริงศักดิ์ บุณยวาณิชย์กุล, อลงกรณ์ หล่อวัฒนา, ชัชวาล รอดคลองตัน, ธนฤษภ์ ทิพย์วารี, กฤช งามสม, พลุตม์ มารอด, มนัส เหลาอ่อน, สิโรจน์ พวงบุบผา, จักรี คงแก้ว, วีรพงษ์ ศรีตระกูลกิจการ, จิรนันท์ จุลบท, วราวุฒิ โตอุรวงศ์, ธีรวัฒน์ นุชเจริญผล, ห่มสวรรค์ อู่ม่านทรัพย์ และปาริชาติ ศุภพันธ์ โดยได้รับเกียรติจากธวัชชัย สมคง – บรรณาธิการนิตยสารไฟล์อาร์ต ให้เกียรติเป็นคิวเรเตอร์ในทรรศการครั้งนี้

ศรัทธาและความเชื่อ เป็นนามธรรมที่มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ นำมาแปรเป็นรูปธรรมผ่านงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ ส่งผ่านนัยยะแห่งความศรัทธาเชื่อถือที่มีเมล็ดพันธุ์อยู่ในจิตวิญญาญของศิลปินแต่ละคน เติบกล้าและแผ่กิ่งก้านออกไปสู่งานศิลปะ บางคนอาจะนำเอาความเชื่อมาเย้ยหยันเสียดสี  หรือสำหรับบางคนศรัทธาความเชื่ออาจจะเป็นเรื่องของกฤษดาภินิหาร มืดฤาสว่าง เสียดสี หยามหยัน สัญญะแห่งนามธรรมแปรสารเป็นรูปธรรม ต่างคน ต่างจิต ต่างคิด ต่างจินตนาการ ตีความประกอบสื่อความแตกต่างกันออกไป

ข้อมูลเพิ่มเติม

อลงกรณ์ หล่อวัฒนา
ศิลปินสื่อสารเรื่องราวผ่านสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณ ผลงานส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อทางศาสนา ปริศนาธรรมที่ทิ้งให้ผู้ชมได้ขบคิด ผลงานชุด “ชุมนุมเทวดา” ทั้ง 75 ชิ้น ความเป็นรูปธรรมและนามธรรมผสานออกมาเป็นพื้นหลังสีสดที่เต็มไปด้วยลวดลายที่เกิดจากการสาดสี และวาดทับด้วยเทวดาความเชื่อตามอุดมคติของไทยที่พูดถึงบุคคลที่ประกอบกรรมดี เกรงกลัวต่อบาป เมื่อสิ้นชีวิตจะได้ขึ้นไปเกิดเป็นเทวดา

สิโรจ ผ่วงบุปผา
เทคนิคลายรดน้ำ ที่ถือเป็นเทคนิคโบราณของนายช่างไทย การสร้างลายรดน้ำที่กระทำมาตั้งแต่สมัยอดีตก่อนเริ่มจรดเส้นสายสีทองลงไปเราต้องร่างเส้นกำหนดลวดลายโดยเรียกเส้นนั้นว่าเส้นหรดาล และเขียนลายทับลงไป ผลงาน ‘ตู้พระไตรปิฎกร่วมสมัยหมายเลข 10’ การสร้างบทสรุปร่วมกันผ่านตู้สามด้านของตู้พระไตรปิฎกทั้งใบ นั่นก็คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

จิรนันท์ จุลบท

ศิลปินภาพพิมพ์ที่พยายามค้นหาเส้นทางการพิมพ์ที่หลุดออกจากแท่นพิมพ์ เธอจึงเลือกใช้ธรรมชาติมาเป็นแม่พิมพ์ในผลงาน ใบไม้ ต้นไม้ ผักและผลไม้ถูกนำมาเป็นวัตถุดิบหลักในการสร้างงาน พื้นผิวของสิ่งเหล่านี้สร้างรูปแบบเฉพาะตัวจนกลายมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะผลงาน ผลงาน ‘สาระ – รูป’ รูปทรงพระพุทธรูปขนาดใหญ่ถูกติดทับด้วยกลีบกระดาษสาที่ถูกย้อมสีกำหนดค่าน้ำหนัก ด้วยกระบวนการสร้างแสงเงาที่เธอเลือกใช้การย้อมเคลือบสีจากน้ำโดยการปล่อยหมึกไปเคลื่อนไหวอย่างอิสระ การติดกระดาษแต่ละชั้นแต่ละชิ้นคือการกำหนดลมหายใจและเพ่งสมาธิไปที่ตัวงาน

กฤช งามสม

หลอดไฟแอลอีดี อะคริลิกใสรูปทรงต่างๆ ผลงานแนวจลนศิลป์ที่สื่อสารผ่านการเคลื่อนไหวทั้งทางกายภาพ ความรู้สึก และการเคลื่อนไหวที่ผู้ชมเข้าไปมีปฎิสัมพันธ์ร่วมคือเอกลักษณ์ในงานของกฤช งามสม ‘ม้ากัณฐกะเทวบุตร’ ประติมากรรมม้าเท่าจริงจากสเตนเลสพื้นผิวที่สามารถสะท้อนสภาพแวดล้อมรอบที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เสมือนความเชื่อ ความศรัทธาที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บนหลังม้าประกอบด้วยประติมากรรม ‘ทรงพุทธปรางค์ปราสาทจำลอง’ ตัวแทนของสวรรค์ที่ม้ากัณฐกะแบกอยู่

เริงศักดิ์ บุณยวาณิชย์กุล

อัตลักษณ์ในผลงานของเริงศักดิ์คือ รูปแบบอุดมคติแบบตะวันออกที่แสดงเนื้อหาเชิงปรัชญาพุทธ เนื้อหาของงานทั้งหมดข้องเกี่ยวกับพุทธปรัชญา แต่เป็นแบบคนปัจจุบันที่มองความเป็นไปของโลก เห็นการเวียนว่ายบนกองทุกข์ที่เคลือบไว้ด้วยสิ่งที่คล้ายความสุข หลงอยู่บนวงเวียนการเกิดดับชั่วกัปชั่วกัลป์ ผลงาน “กัณฐกะ” เป็นการเขียนม้าที่สื่อถึงความสง่างามอย่างที่สุดเท่าที่ปรากฏบนพื้นพิภพ ความสมบูรณ์ อิ่มเอิบแบบลืมโลกแห่งความเป็นจริง

ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ

ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะไทยร่วมสมัย เป็นทั้งจิตรกรและประติมากร มีแนวความคิดเกี่ยวกับวิถีแห่งมนุษย์ ผู้ที่ยังเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏฏ์ นำเสนอผ่านทัศนธาตุทางศิลปะ ด้วยรูปทรงและรูปร่างที่เหนือความเป็นจริง งานชุดนี้ศิลปินมุ่งเน้นความหมายของพรหมทางพุทธศาสนามาเป็นแก่นหลักในการสื่อสารโดยหยิบยืมรูปลักษณ์ของพระพรหมที่คนไทยคุ้นเคยนำมาเป็นภาษาศิลปะเพื่อสื่อความคิดและจินตนาการ ภาพจิตกรรม “พระพักตร์-พระพรหม” เมื่อความเชื่อในเรื่องราวพระพักตร์มีเพียงสี่ ที่ยังเคยมีอีกหนึ่งนั้นจึงก่อเกิดเป็นจินตนาการแก่ผู้ที่ได้คำนึงถึงพักตร์ที่ห้าแห่งพรหม เพราะมีเพียงนามไม่มีรูปที่จะจับต้องหรือมองเห็นได้ด้วยตา สำหรับผลงานประติมากรรม “พรหมวิหาร” ประติมากรรมพื้นผิวสแตนเลสที่ขัดเกลาผิวสร้างเงาสะท้อนดึงบรรยากาศภายนอกให้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของตัวงาน ยังเพิ่มสาระในเชิงจินตนาการเกิดความหมายขึ้นอีกหลายแง่มุม เป็นสื่อถึงสารถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในโดยเปลือกของพื้นผิวที่ทาบสะท้อนทั้งชั้นเจน บิดเบี้ยว พร่ามัว ตามแต่มุมที่เรามองหากเรามองทั้งสองชิ้นงาน ต่างต้องอาศัยประสบการณ์และแง่มุมความคิดของผู้ชม มาค้นหาและสร้างความหมายของความเชื่อด้วยทัศนคติแห่งตน

ชัชวาล รอดคลองตัน

ภาพหญิงสาวนางในพุทธประวัติที่เต็มไปด้วยความงดงามอ่อนช้อย ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมไทยที่เผยแผ่เรื่องราวทางพุทธศาสนาคือผลงานที่เป็นเอกลักษณ์ของชัชวาล รอดคลองตัน ผลงานชุด ‘พระแม่ธรณี’ ได้รับแรงบันดาลใจจากความพยายามเอาชนะกิเลสภายในจิตใจของตน พระแม่ธรณีที่ศิลปินขับเน้นความโดดเด่นด้วยแสง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์หนึ่งในงานของชัชวาลที่ใช้โครงสร้างช่องหน้าต่าง บานประตู เป็นช่องนำแสงสว่าง พระแม่ธรณีในผลงานจึงเป็นสัญลักษณ์ของความเพียร การสะสมคุณงามความดี การพึ่งพาตนเอง แนวทางที่มนุษย์ทุกคนต้องยึดถือปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์หลัก

วีรพงษ์ ศรีตระกูลกิจการ

ผลงานส่วนใหญ่เป็นภาพพิมพ์และจิตรกรรมที่ทำควบคู่กันไป จับเรื่องราวหรือประเด็นในเหตุการณ์ปัจจุบันใช้เป็นแรงบันดาลใจ การจัดองค์ประกอบ สีสัน สัญลักษณ์ต่างๆ ที่อยู่ในผลงานล้วนแต่สะท้อนภาพเหตุการณ์ที่ศิลปินสนใจ ณ ขณะนั้น ผลงานชุด ‘หน้าต่างแห่งความครุ่นคิด’ คือการคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต เงื่อนไขที่เป็นกรอบบังคับให้เราทำหรือไม่ทำอะไรบางอย่าง จุดเริ่มต้นจากภาพยนตร์สารคดีที่ทำให้เขาเห็นความแตกต่างที่เกิดขึ้นทั้งในมนุษย์และสัตว์ คิดย้อนกลับไปยังเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ผลงานแบ่งออกเป็น 3 ส่วนเชื่อมต่อกันคล้ายบานพับ ตรงกลางสื่อถึงการเกิดขึ้นของศาสนาบนโลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์และสุข บานทางขวาการดำเนินไปของศาสนากับผู้คนในช่วงที่ศาสนาเริ่มเข้าไปมีอิทธิพลในชีวิต ผู้คนเริ่มกราบไหว้ขอพร มีความศรัทธาสร้างเครื่องสักการะ และบานด้านซ้ายเมื่อความศรัทธามีมากเกินกว่าแก่นของศาสนา วัตถุมงคลทั้งหลายเริ่มเข้ามามีความสำคัญเหนือหลักคำสอน ม้าที่เป็นสัญลักษณ์หลักของงานแทนความอุตสาหะ แข็งแกร่ง ตัวการ์ตูนรอบๆ คือความสนุกในชีวิตประจำวันของเราที่ถูกมองว่าห่างไกลกับศาสนา แต่เมื่อนำมารวมกันกลับสามารถอยู่ในเรื่องราวเดียวกัน

วราวุฒิ โตอรุวงศ์

ผลงานชุด ‘Images of the Buddha on Canvas’ คือการย้อนกลับมาตั้งคำถามภายในจิตใจของตนเองว่าความเชื่อและศาสนาคืออะไร แก่นของศาสนาคือความเรียบง่าย พิจารณาความเรียบง่ายกับเอกลักษณ์ในผลงานของเขา การละทิ้งความคุ้นเคยไปสู่การทดลองเพื่อย้อนกลับมาตอบคำถามในความเชื่อของตนเอง ความเรียบง่ายคือโจทย์หลัก เขาเลือกใช้วัสดุพื้นฐานในงานเพ้นท์อย่าง gesso ซึ่งเป็นสีรองพื้นมาเป็นวัสดุหลักในการสร้างผลงานคล้ายการย้อนกระบวนการทั้งหมดสู่จุดเริ่มต้น ทั้งสี ทั้งพื้นผิว ทั้งรูปทรงของพระพุทธรูปแต่ละยุคสมัยที่มีเพียงเค้าโครงบนพื้นสีต่างๆ ที่เรียบแบน จากกระบวนการสร้างผลงานที่ออกแบบขึ้นใหม่ส่งผลให้ช่วงเวลาการทำงานจึงมีทั้งความผิดพลาดและเรื่องที่ต้องแก้ไขปรับเปลี่ยน ทุกฝีแปรงที่ทาลงไป ทุกรอยการขัดพื้นผิวให้เรียบต้องทำทีละขั้นตอนไม่สามารถสร้างทางลัดได้

พลุตม์ มารอด

ผลงาน ‘แววเสียงสวรรค์’ศิลปินนำเสนอเรื่องการกำเนิดของเทพ กระบวนการเริ่มต้นตั้งแต่การการบำเพ็ญเพียรในฐานะมนุษย์ที่เจริญภาวนาจนเกิดสติปัญญา เรื่อยไปจนถึงช่วงชีวิตหลังความตายที่เกิดเป็นโอปปาติกะก่อนนำผลบุญที่สร้างสมมาหลอมรวมเป็นพลังเพื่อไปเกิดใหม่เป็นเทพ โดยพลุตย์เลือกนำเรือนร่างของสตรีมาใช้เป็นสัญลักษณ์ สตรีผู้เป็นตัวแทนที่สามารถสื่อสารได้ทั้งความดี ความบริสุทธิ์ และความชั่วร้าย

ปาริช่าติ ศุภพันธ์

ผู้หญิงและการค้าขาย เมื่อนำสองสิ่งมารวมกันในหัวข้อหลักของความเชื่อก็คือ นางกวัก การปรับรูปลักษณ์ของนางกวักให้ดึงดูดผู้คนตามยุคสมัยสอดคล้องกับรูปแบบผลงานของปาริชาติที่เน้นความงามของหญิงสาวตามอุดมคติของคนยุคปัจจุบัน นำมาซึ่งผลงานประติมากรรมชุด ‘นางกวัก 2018’ หญิงสาวรูปทรงอวบอิ่ม ส่งสายตาเย้ายวนมาให้ผู้พบเห็นนั่งอยู่บนหลังม้าที่พร้อมพุ่งทะยานไปสู่ความสำเร็จข้างหน้า ความอดทนแข็งแรงและความเร็วของม้าสื่อถึงการค้าขายที่เต็มไปด้วยการแข่งขันในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

ธีรวัฒน์ นุชเจริยผล

ผลงานชุด ‘รูปพรหม’ มุ่งจุดหมายไปที่การสร้างแรงบันดาลใจ กำลังใจให้แก่ผู้ชมว่าเมื่อตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ทางออกที่จะช่วยแก้ไขปัญหาในสังคมได้ดีที่สุดก็คือการเริ่มต้นจากตัวเรา ความฝันที่ต้องผลักดันให้เป็นจริงดั่งในปรารถนา คือปลาสีฟ้าที่เราต่างโอบอุ้มอยู่ แรงขับเคลื่อน ความเชื่อในตัวเองจะเป็นตัวผลักดันให้ปลาสีฟ้ากลายเป็นปลาโดยสมบูรณ์ ผลงานจิตรกรรมชิ้นนี้ศิลปินเลือกใบหน้าของบุคคลในหลากหลายอาชีพมาสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ชม ส่วน ประติมากรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปปั้นของเดวิส ตัวแทนของความสมบูรณ์ ที่ถึงแม้จะมีความสมบูรณ์อย่างที่ทุกคนต้องการแล้วแต่ก็ยังมีความฝันส่วนลึกที่ต้องการเติมเต็มอยู่เช่นกัน

จักรี คงแก้ว

‘โอม’ คือผลงานภาพพิมพ์แกะไม้รูปเคารพที่ถอดแบบออกมางานปั้น 3 มิติชิ้นแรกของเขา เมื่อพูดถึงรูปเคารพและความเชื่อ จักรีคิดถึง พระพิฆเนศ เป็นสิ่งแรก พระพิฆเนศนูนต่ำประดิษฐานอยู่บนหน้าบัน รูปแบบศิลปะอินเดียที่เก่าแก่ เรื่องราวความเป็นมาทำให้จักรีตัดสินใจเลือกที่จะถอดแบบจากพระพิฆเนศองค์นี้ การถอดแบบรูปปั้นหินนูนต่ำให้กลายมาเป็นภาพพิมพ์แกะไม้คืออีกหนึ่งเรื่องใหม่ที่เขาได้เรียนรู้ แสงเงา น้ำหนักของหิน ความถี่และความห่างของร่องที่แกะลงไปบนเนื้อไม้คือตัวกำหนดแสงเงา กระบวนการสร้างสรรค์ภาพพิมพ์แกะไม้ที่ละเอียดแตกต่างจากการสร้างงานศิลปะประเภทอื่น แม้ความชำนาญจะช่วยให้สร้างผลงานได้อย่างราบรื่น

 

ธนฤษภ์ ทิพย์วารี

ผลงานชุด “Because of The Mother Earth is a Witness – อันเนื่องมาจากพระแม่ธรณีเป็นพยาน” ต่างการจากสร้างภาพพอทเทรดทุกครั้งที่ผ่านมา ครั้งนี้โทนสีที่นำพาอารมณ์ของภาพเกิดจากสองมือเล็กๆ ของลูกสาวทั้ง 2 คน ลูกสาวที่กลายเป็นตัวแปรหลักที่สร้างความสมดุลหลายอย่างให้แก่เขา ความเชื่อในตัวเองถูกผนวกเข้ากับความเชื่อทางศาสนาในเรื่องของการเอาชนะกิเลสในตัว ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ มีเพียงตัวเราเองเท่านั้นที่จัดการได้ สัญลักษณ์ต่างๆ ในภาพถูกแบ่งเป็นความดีและความชั่ว โดยใช้องค์ประกอบบนใบหน้าเป็นเส้นแบ่ง ด้านล่างที่อยู่ใต้จมูกลงไปคือกิเลสทั้งหลายที่ค่อยรบกวนรบเร้าเราให้เกิดความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก สิ่งที่อยู่เหนือจมูกขึ้นไปคือสิ่งแสงสว่าง คือพระพุทธ คือพระแม่ธรณี

ห่มสวรรค์ อู่ม่านทรัพย์

ผลงานชุด ‘ทะเลจันทร์’ มีจุดเริ่มต้นจากการสร้างสรรค์ผ้าผะเหวด จำนวนทั้งสิ้น 100 ผืน หรือ คิดเป็นผลงานจิตรกรรมผสมภาพพิมพ์ ขนาด 1.40 เมตร x 6,000 เมตร ที่แจกจ่ายไปยังแก่ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อใช้แห่แหนในงานบุญผะเหวด (บุญพระเวส) หรือ งานบุญเทศน์มหาชาติ แม้ว่า ผู้ชมบางคนอาจจะพลาดโอกาสชื่นชมผืนผ้าพระเวสเหล่านั้น แต่ก็ยังสามารถสัมผัสกับพลังในการสร้างและแรงบันดาลใจของศิลปินในอีกมิติ หรือ ในอีกระนาบหนึ่ง ดังที่สื่อในชื่อผลงาน ‘ทะเลจันทร์’ เมื่อเรามองเงาพระจันทร์สาดแสงสะท้อนลงบนผิวน้ำ เราอาจจะเห็นความสวยงามของพระจันทร์ในมิติที่แตกต่างจากการแหงนมองขึ้นไปยังผืนฟ้า

ปัญญา วิจินธนสาร

ผลงานประติมากรรมชุดใหม่ ‘Fight for Freedom’ นำเสนอสัจธรรมของมนุษย์ในยุคศตวรรษที่ 21 ที่ทุกคนต่างไขว่ขว้าหาประโยชน์ส่วนตนจนลืมนึกถึงประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งกรณีนี้เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่มนุษย์พัฒนาความรุนแรงจนก่อให้เกิดสงครามต่อเนื่องมาทุกยุคสมัย ประชาชนต่างหลงใหลเสรีภาพของการดำเนินชีวิต ความสุขสบาย และต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกจากเทคโนโลยีมากจนเกินไป การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้โลกเกิดความขัดแย้ง ชิงชัง และต้องการสร้างอำนาจเป็นใหญ่เหนือผู้อื่น ‘Fight for Freedom’ เป็นงานประติมากรรมซึ่งศิลปินพัฒนาจากงานจิตรกรรม 2 มิติ เป็นประติมากรรม 3 มิติ รูปทรงของประติมากรรมดูเสมือนศาลศักดิ์สิทธิของเทพเจ้า ไว้สักการะบูชา ความตั้งใจของศิลปินให้ความหมายของรูปทรงเน้นวิหารแห่งความคิด รูปทรงของเทพเจ้ากำลังเคลื่อนไหวออกมานอกวิมานอันโปร่งใส กระโดดโลดแล่นก้าวพ้นวงจรแห่งชีวิต โครงสร้างรูปทรงสีดำที่รองรับวิหาร ด้านหน้าของรูปทรงเน้นภาพจิตรกรรมสีทอง สื่อความหมายของอายตนะ

เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

ผลงานภาพเกรยองและสีชอล์คบนกระสารวม 26 ภาพที่ร่วมแสดงในครั้งนี้นอกจากจะสื่อถึงศรัทธาที่มีต่อองค์พระพิฆเนศที่เปี่ยมไปด้วยพลัง อำนาจ และความเชื่อ ที่ทำให้การสร้างวัดร่องขุ่นสำเร็จลุล่วงมาจนขึ้นอันดับโลกมีกฤษดาภินิหารอยู่เบื้องหลัง ที่นอกจากจะได้เสพสุนทรียภาพความงามแล้วยังเปี่ยมศรัทธาที่หลั่งรินท่วมท้น ส่วนอีกชุดภาพหนึ่งสะท้อนสภาวะจิตแห่งการปฏิบัติขัดเกลาตัณหา ราคะ และความหลง มาสู่การปล่อยวาง