Search Art or Artists

Thai Neotraditional Art (หนังสือรวมผลงาน 6 ศิลปินไทยประเพณีร่วมสมัย ) – ลายเซ็นครบทั้ง 6 ศิลปิน

฿3,500.00

ผู้เขียนภาษาอังกฤษ : Andrew J. West
ผู้เขียนภาษาไทย : พิมพ์พัณธุ์ หาญศรีสกุล
ขนาด  30 X 30 ซม.
น้ำหนัก  2.244 กก. / 244 หน้า
ภาษาอังกฤษและไทย

การขนส่ง จัดส่งสินค้าโดยบริษัทขนส่งเอกชน ยกเว้นสินค้า Limited Edition เฉพาะในกรุงเทพฯ จัดส่งโดยพนักงานส่งของของพิพิธภัณฑ์ ต่างจัดหวัดจัดส่งโดยบริษัทขนส่งเอกชนในอัตราพิเศษ

มีสินค้าอยู่ 10

รายละเอียด

หนังสือรวมผลงาน 6 ศิลปินไทยประเพณีร่วมสมัย

เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, ปัญญา วิจินธนสาร,สมภพ บุตราช, เริงศักดิ์ บุณยวาณิชย์กุล, ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ และ อลงกรณ์ หล่อวัฒนา กลุ่มศิลปินไทยผู้รังสรรค์งานจิตรกรรมฝาผนัง ณ วัดไทยพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษผู้สืบสานศิลปะไทยประเพณี สู่อัตลักษณ์แห่งศิลปะไทยประเพณีร่วมสมัยอย่างวิจิตรบรรจง

ข้อมูลเกี่ยวกับศิลปิน

เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์ 

บัณฑิตสาขาศิลปะไทยรุ่นแรก ในปี พ.ศ. 2522  ในระยะแรกๆ นั้น เฉลิมชัยสร้างผลงานจิตรกรรมโดยได้รับความบันดาลใจจากเรื่องราวในพระพุทธศาสนา วิถีการดำรงชีวิตของคนไทยและขนบธรรมเนียมประเพณีแบบไทยๆ จากนั้นในปี พ.ศ. 2530 ได้เดินทางไปเขียนภาพฝาผนังที่วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ผลงานในช่วงนี้แสดงเนื้อหาทางศาสนาผสมผสานกับจินตนาการส่วนตัวมากขึ้น และนำเรื่องราวจากการดำรงชีวิต ของผู้คนในสังคมโลกมาเป็นเนื้อหาเพิ่มเติม

ปี พ.ศ. 2540 เฉลิมชัยแสดงความเป็นอัตลักษณ์ของตัวตนมากขึ้น เมื่อเริ่มออกแบบสร้างวัดร่องขุ่นที่จังหวัดเชียงราย งานสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม และประณิตศิลป์ที่ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้นนั้น นับเป็นการสร้างรูปแบบขึ้นมาเฉพาะ นับเป็นงานศิลปกรรมชิ้นหนึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์ ที่น่าสนใจ และในปี พ.ศ. 2554 ได้รับเกียรติยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ด้านทัศนศิลป์ (จิตรกรรม)                                                                                                                                                                              

ปัญญา วิจินธนสาร

ปัญญามีความเชื่อว่าคุณค่าของความดีงามนั้นมีอยู่ในมนุษย์ และสรรพสิ่งต่าง ๆ ผลงานมักปรากฏเศียรพระพุทธรูปอยู่ในภาพ ศิลปินได้อธิบายเกี่ยวกับเศียรพระพุทธรูปไว้ว่า “เป็นหัวใจสำคัญในการทำงาน…เป็นความผูกพันส่วนตัวที่มี ความศรัทธาในธรรมะ ศรัทธาในพุทธะ ซึ่งเศียรพระพุทธรูป คือพระเกศพระพุทธเจ้า จะเป็นสัญลักษณ์บอกความรู้สึกดังกล่าว”


สมภพ  บุตราช 

ในระยะแรกสมภพทำงานจิตรกรรมในลักษณะเหมือนจริง จากแนวเรื่องของสังคมไทยและวิถีชีวิตที่พบเห็นโดยทั่วไป ทั้งนี้ศิลปินนำมาสร้างสรรค์ให้มีความจริงจังมากขึ้น  ศิลปินเชื่อว่าศิลปะเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำเนินชีวิต  และศิลปินจะเป็นผู้สร้างสรรค์เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด  ประสบการณ์  ความเข้าใจ และนำเสนอข้อคิดและประเด็นปัญหาต่างๆ ต่อสังคม

รูปแบบอีกประเภทของสมภพก็คือ  ลักษณะงานจิตรกรรมในแนวอุดมคติ มีทั้งภาพแนวเรื่องในพระพุทธศาสนา  และแนวเรื่องของคนในสังคมที่มีชีวิตความเป็นอยู่และความต้องการเฉกเช่นมนุษย์ทั่วไป เพียงแต่รูปแบบที่ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้นมีลักษณะรูปทรง ลวดลาย และลีลาค่อนไปในแนวประเพณี

ผลงานที่ทำให้ตัวตนของสมภพปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่อเขาเขียนภาพ ชุด “นางฟ้า อัญมณี” ในปี พ.ศ. 2550 เป็นภาพสตรีเปลือยอกในอิริยาบถต่าง ๆ ที่ศิลปินสร้างสมมุติขึ้นเป็นเทพในอุดมคติเกี่ยวข้อง


เริงศักดิ์  บุณยวาณิชย์กุล

ในตอนเริ่มต้นทำงานศิลปะว่า ต้องเขียนภาพให้เหมือนและมีชีวิต ต่อมาได้พัฒนาผลงานไปสู่ความคิดส่วนตัวมากขึ้น โดยสร้างงานที่มีคติความเชื่อจากเรื่องราวในพระพุทธศาสนา  แต่เลือกเฉพาะส่วนที่สนใจ  ภาพมารเป็นภาพที่ชักนำให้เริงศักดิ์กล้าแสดงออกความคิดฝันของตนเองแฝงเรื่องความลึกลับไว้ในภาพได้อย่างน่าสนใจ

หลังปี พ.ศ. 2536 ได้ย้ายไปอยู่กับครอบครัวที่สิงคโปร์ และมีความคิดที่จะปรับเปลี่ยนการทำงานศิลปะใหม่ โดยเริ่มจากการศึกษาหาข้อมูลจากเรื่องราว เนื้อหาที่อยู่รายรอบ และใช้วิธีสร้างงานจิตรกรรมแบบเหมือนจริง ทั้งนี้ศิลปินยังคงเรื่องทางความคิดส่วนตัวไว้ในการทำงาน

นอกจากเริงศักดิ์จะสร้างสรรค์งานแนวเหมือนจริงแล้ว เขายังสนใจสร้างงานแนวไทยประเพณีเชิงอุดมคติ จากภาพชื่อ “ผจญมาร” และ “ปรินิพพาน” โดยการสร้างภาพและจัดวางองค์ประกอบ เพื่อแสดงบรรยากาศของสีสันอันงดงามที่แสดงให้เห็นบุคลิกเฉพาะของศิลปิน


ธงชัย  ศรีสุขประเสริฐ

ระยะแรกสร้างผลงานจิตรกรรมโดยมีแนวเรื่องและเนื้อหาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา โดยใช้รูปทรงของคนและสัตว์ในวรรณคดีเป็นภาพแสดงเรื่อง ต่อมาใช้รูปสัญลักษณ์แสดงพลังของความเคลื่อนไหว ใช้ทั้งวิธีสร้างภาพโดยนำรูปลายวาดจากศิลปะไทยประเพณีไปสร้างประสานกับรูปทรง และใช้ลายเส้นขาว-ดำ เป็นโครงสีหลัก รูปทรงมีลักษณะแบบนามธรรม

ต่อมาช่วงปี พ.ศ. 2549-2551 ศิลปินนำเสนอจิตรกรรมเพื่อพระพุทธศาสนา ชุด มหาวิเนษกรมณ์ เกี่ยวกับการออกบวชของพระพุทธองค์ที่ทรงเสียสละความสุขเพื่อการค้นหาทางดับทุกข์ให้แก่มวลมนุษย์ จนกระทั้งพระองค์  “ตรัสรู้”   ทั้งนี้ธงชัยย้อนกลับไปใช้วิธีการวาดภาพที่แสดงลักษณะแนวคตินิยมที่เคยใช้ในช่วงแรกๆ ที่สร้างงานศิลปะ เทคนิคที่ใช้มีทั้งระบายสี  ปิดทองด้วยโทนสีขาวดำ โทนสีน้ำเงิน และปั้นเป็นภาพนูนต่ำ และจากแนวคิดดังกล่าวต่อเนื่องมาถึงปี พ.ศ. 2554 ศิลปินจึงสร้างเป็นภาพพระโพธิญาณขึ้นเพื่อแสดงผลสัมฤทธิ์แห่งความเพียรของพระพุทธองค์ในที่สุด


อลงกรณ์  หล่อวัฒนา

ความงดงามของภาพจิตรกรรมไทยจะแฝงด้วยวิถีชีวิตและปรัชญาความเชื่อที่ศิลปินไทยนำไปเป็นแนวทางสร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัยในปัจจุบัน อลงกรณ์เชื่อว่าคนส่วนมากยังผูกพันกับความเชื่อเรื่องเทพยดา ความเชื่อนี้เป็นการสื่อสารกันระหว่างพลังจิตของมนุษย์ กับปรากฏการณ์ธรรมชาติ  หรือพลังอำนาจของจักรวาล เขาจึงสร้างผลงานในรูปสัญลักษณ์  และใช้ลวดลายในจิตรกรรมไทยโบราณเข้าไปประสานให้รูปทรงมีความสัมพันธ์ตามเนื้อหาที่กำหนด